เป็นการนัดเจอกันที่ร้านกาแฟโปรดของปลาเอง ซึ่งนัดโดยปลาเอง แล้วปลาก็ไปถึงก่อนเอง
ถามว่า "ตื่นเต้นมั้ย?" ตอนนั้นมือไม้สั่นเหมือนกันนะ
มันจะเกิดคำถามหลายอย่างที่มีในใจ "กูมาทำไมเนี่ย?" "กูนัดผู้ชายมาเจอ?" "แล้วดันมาเร็วกว่าเค้าอีก"
คือคำถามเยอะอ่ะ นั่งรอไปก็ลุ้นไป รถที่มาจอดคันแล้วคันเล่าก็ยังไม่ใช่รถเค้าสักที
ต้องบอกก่อนนะว่าที่ปลาเป็นคนนัด เพราะตั้งแต่คุยกันมา สถานะมันคลุมเครือ
ถามจากพี่ที่รู้จักทั้งพี่ตั้มและเราเค้าก็บอกว่า พี่ตั้มไม่กล้าชวนให้มาเจอกันหรอก
เพราะเค้ากลัวว่ามันจะไม่เหมาะ ตอนนั้นคิดแค่ว่า อะไรคือไม่เหมาะ? 5555
ทำอะไร เราทำในที่สาธารณะอยู่แล้ว
ดังนั้นไม่มีอะไรน่ากลัวเลย ปลาคิดว่าการที่เราจะคบใครสักคน
การเจอกัน การได้มองหน้ามองแววตานี่คือการเริ่มต้นการรู้จักซึ่งกันและกันที่ดีที่สุดแล้วล่ะ
เนอะ ๆ ว่ามั้ย?
ต้องบอกก่อนนะว่าที่ปลาเป็นคนนัด เพราะตั้งแต่คุยกันมา สถานะมันคลุมเครือ
ถามจากพี่ที่รู้จักทั้งพี่ตั้มและเราเค้าก็บอกว่า พี่ตั้มไม่กล้าชวนให้มาเจอกันหรอก
เพราะเค้ากลัวว่ามันจะไม่เหมาะ ตอนนั้นคิดแค่ว่า อะไรคือไม่เหมาะ? 5555
ทำอะไร เราทำในที่สาธารณะอยู่แล้ว
ดังนั้นไม่มีอะไรน่ากลัวเลย ปลาคิดว่าการที่เราจะคบใครสักคน
การเจอกัน การได้มองหน้ามองแววตานี่คือการเริ่มต้นการรู้จักซึ่งกันและกันที่ดีที่สุดแล้วล่ะ
เนอะ ๆ ว่ามั้ย?
.
.
.
.
.
4 ตุลาคม 2556 เวลา 8 โมงกว่าๆ
สักพักมีรถกระบะขับมาจอด ชายตัวสูง สวมแว่นกันแดด
หุ่นบึ๊กเดินลงมาจากรถ แล้วก็เดินตรูดบิดเข้าร้านกาแฟไป
ปลานั่งในรถก็ได้แต่ขำท่าทางที่เค้าหันซ้ายหันขวาเข้าไปในร้านเพื่อมองหาเรา
วันนั้นเป็นวันศุกร์ค่ะ ปลาต้องใส่ฟอร์มโรงเรียนสีม่วง ปลาลงจากรถและยิ้มเล็กน้อยเดินไปหาเค้า
คือเข้าใจวินาทีนั้นมั้ย ของคนที่ไม่เคยเจอกัน แต่คุยกันเกือบทุกวัน
ช่วงแรกๆ เค้าจะโทรมาบ่อยมาก บ่อยจนปลารู้สึกอึดอัดว่าผู้ชายคนนี้ทำไมจิกจัง เป็นไก่เหรอ?
บางครั้งเราก็เลี่ยงรับสายนะ เราทำแบบนี้บ่อยมากจนคิดเหมือนกันว่าเค้าจะรู้สึกยังไง
เราสั่งกาแฟกันคนละแก้ว
ในใจน่ะปลาเขินนะ แต่เก็บอาการ อีกฝ่ายนี่สิ เรารู้สึกได้ว่าเค้า "อายมาก"
เพราะเค้าวางมือวางไม้ไม่ถูกเลย หน้าก็อมยิ้ม แว่นก็ไม่ถอด
แต่เรานั่งเฉย พูดคุยกันนิดหน่อย เอาพออายนั่นแหละ มาดูนาฬิกาอีกที ... 9 โมงแล้ว....
"งั้นเราไปกันเถอะ เข้ารร.สายแล้ว" ปลาเตรียมจะลุก
"ขออีก 5 นาที" ได้มั้ย?
5555555555555 คุณพระ อะไรกันผู้ชายคนนี้ ขอนั่งมองหน้าชั้นอีก 5 นาทีหรา
จะเสี่ยวก็เสี่ยวแหละ ปลาก็ได้แต่หัวเราะทั้งที่ในใจอายเหมือนกันนะ ตั้งแต่มีแฟนหรือคุยกับใครมา
ไม่เคยมีใครขออยู่ต่อเพื่อจะนั่งอยู่กับเราแบบนี้เลย
และพี่ตั้มก็คือผู้ชายคนนั้นที่ทำแบบนี้เสมอ ทุกครั้งเวลาที่เจอกัน
เมื่อเราจะแยกย้ายกันกลับบ้าน พี่ตั้มจะขอต่อเวลาที่จะอยู่ด้วยกันทุกครั้ง :)
อยากบอกพี่นะ ว่าตอนแรกเค้ากลัวมาก เพราะมีอยู่หลายครั้งที่เค้ารู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง
"ถ้าเราไม่สวยล่ะ?" "ถ้าเค้าไม่ชอบเราล่ะ?" "ต่อไปจะได้เจอกันอีกมั้ย?"
ทุกคำถามมันเกิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
หลังจากที่แยกย้ายกันกลับ ช่วงกลางวันพี่ตั้มก็โทรมา ถามโน่นนี่ว่ากินข้าวหรือยัง ทำอะไร
ทุกอย่างเป็นปกติมาก เหมือนที่เค้าทำมาโดยตลอด
:)
ขอบคุณนะที่วันนั้นจนถึงวันนี้พี่ก็ยังเหมือนเดิม
มีบ้างที่ปลางี่เง่า ไม่รับสาย แต่พอเราปรับเข้าหากันจนเข้าใจทุกอย่างก็ดีขึ้น
จำได้มีอยู่ครั้งหนึ่ง ปลาไม่รับสาย จนพี่ขับรถมาหาแล้วถามว่าเป็นอะไร
บอกตามตรงมันจะมีช่วงที่ปลาสับสนอยู่บ้างว่าอยากอยู่คนเดียวหรืออยากมีใครสักคน
สิ่งที่ทำให้เข้าใจอีกอย่างในวันนั้นและสัญญาว่าจะทำให้กันเสมอคือ "มีอะไรเราต้องคุยกันให้เข้าใจ"
อย่าปล่อยให้ปัญหามันเรื้อรังนานเกินไป แล้วเราจะอยู่ด้วยกันอย่างสบายใจและมีความสุข
... เที่ยวเชียงใหม่ 3 กันยายน 2557 ...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น